ฉีดหน้าเรียว วงการความสวยความงามทั่วโลกในปัจจุบัน คงไม่มีใครไม่รู้จักสารโบท็อกซ์

ฉีดหน้าเรียว วงการความสวยความงามทั่วโลกในปัจจุบัน คงไม่มีใครไม่รู้จักสารโบท็อกซ์ (BOTOX) แต่ทราบไม๊คะว่าก่อนที่แพทย์จะนำโบท็อกซ์มาฉีดเพื่อประโยชน์ทางด้านความงามอย่างแพร่หลายนั้นโบท็อกซ์มีที่มาอย่างไรประวัติความเป็นมาของโบท็อกซ์ (BOTOX)โบท็อกซ์ (BOTOX) เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่สร้างจากแบคทีเรีย ชื่อ คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium botulinum) ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษในอาหารกระป๋องที่ไม่สะอาด โดยสารพิษนี้มีสองชนิดคือ โบทูลินั่ม ชนิด เอ (Botulinum type A) และ โบทูลินั่ม ชนิด บี (Botulinum type B) หากมนุษย์ได้รับสารพิษนี้ในปริมาณมากๆ จะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง กระบังลมไม่ทำงาน และหยุดหายใจได้ แต่หากฉีดเข้ากล้ามเนื้อในปริมาณที่พอเหมาะนั้นจะเป็นประโยชน์และไม่เป็นอันตรายแก่ชีวิตโบท็อกซ์มีฤทธิ์ต่อระบบประสาท โดยจะไปรบกวนการทำงานของประสาทเพื่อยับยั้งการหลั่งสาร ocetylcholine ซึ่งเป็นสารที่สั่งให้กล้ามเนื้อยืดและหดตัวได้ ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว หรือ เกิดการอัมพาตของกล้ามเนื้อชั่วคราว ในยุคแรกๆ แพทย์จึงได้นำโบท็อกซ์มารักษาอาการกระตุกของกล้ามเนื้อตา อาการตาเหล่ ตาเข และ อาการปวดตึงของกล้ามเนื้อคอ หลังจากนั้นเองแพทย์ได้พบว่า ริ้วรอยบริเวณที่ฉีด เช่น รอบดวงตา,หว่างคิ้ว ลดเลือนลง และนี่เป็นที่มาของการนำโบท็อกซ์มาใช้ฉีดเพื่อรักษาริ้วรอยบนใบหน้า ยกกระชับใบหน้า กระชับรูขุมขน ลดเหงื่อบริเวณรักแร้ ลดขนาดน่อง ลดอาการปวดหัวไมเกรน ปรับรูปหน้า เป็นต้น หลังจากนั้น ในปี ค.ศ. 2002 โบท็อกซ์ ได้ผ่านการรับรองจาก อย.อเมริกา (US FDA) ให้สามารถนำมาใช้เพื่อประโยชน์ในอุตสาหกรรมความงามได ฉีดหน้าเรียว.

ฉีดหน้าเรียว

ฉีดหน้าเรียว ปัจจุบัน สารโบทูลินั่มท็อกซินถูกคิดค้นในหลายประเทศทั้งอเมริกา, ยุโรป, เอเชีย และใช้ชื่อเรียกของสารหรือยี่ห้อแตกต่างกันไป เช่น BOTOX (USA), Dysport (UK), Botulax (Korea), Fine (China), BTXA (China) เป็นต้น มีทั้งแบบผงและแบบสูญญากาศซึ่งสารโบท็อกซ์แต่ละชนิดแตกต่างกันที่ความบริสุทธิ์ของส่วนผสมทำให้การออกฤทธิ์ต่อกล้ามเนื้อแต่ละประเภทและระยะเวลาของการออกฤทธิ์ต่อกล้ามเนื้อต่างกัน อย่างไรก็ตามควรเลือกใช้โบท็อกซ์ที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือได้ รวมทั้งควรฉีดกับแพทย์ผู้เชียวชาญและมีประสบการณ์ทางด้านผิวหนังโดยตรงเท่านั้นวันนี้ขอพูดถึงประโยชน์ของโบท็อกซ์สำหรับการยกกระชับใบหน้าและปรับรูปหน้าให้เรียวสวยนะคะ มาดูกันค่ะ ว่ามีกี่แบบ แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไรการฉีดยกกระชับหน้าด้วยสารโบท็อกซ์ โดยปกตินิยมทำมี 4 วิธีNefertiti Lift คือ การฉีดสารโบท็อกซ์บริเวณแนวกรามและลำคอ จะไปคลายการดึงรั้งของกล้ามเนื้อขากรรไกรและเหนียงคอที่เรียกว่ากล้ามเนื้อพลาทีสมา (Platysma Muscles) ซึ่งกล้ามเนื้อนี้จะดึงรั้งผิวหน้าบริเวณแนวขากรรไกร คาง และคอให้หย่อนคล้อยลงตามวัยที่เพิ่มขึ้น กล้ามเนื้อผิวหน้ามีทั้งมัดที่ดึงขึ้นและดึงลง เมื่อมัดที่ดึงลงถูกยับยั้งการทำงาน กล้ามเนื้อมัดที่ดึงขึ้น จึงทำงานได้อย่างอิสระ ทำให้หน้ายกกระชับขึ้น คอกระชับตึงขึ้นได้2. Dermotoxin หรือ Dermolift เทคนิคการฉีดแบบเกาหลีซึ่งจะฉีดตามขอบหน้าตั้งแต่ขมับลงมารื่อยๆจนถึงแนวคาง เน้นฉีดเข้าชั้นผิวหนังตื้นๆให้เป็นตุ่มๆคล้ายรอยมดกัด ฉีดหน้าเรียว ซึ่งควรทำปีละครั้งต่อเนื่องกัน 2-3ครั้งเพื่อให้เกิดการหดตัวของผิวหนังบริเวณขอบหน้าให้รูปหน้ากระชับขึ้นและช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของผิวหนังบริเวณตามขอบหน้าอย่างต่อเนื่อง Microbotox หรือ Mesobotox คือการผสมสารโบท็อกซ์เจือจางมากเป็นพิเศษแล้วนำมาฉีดเข้าชั้นผิวหนังตื้นๆทั่วใบหน้าโดยเฉพาะแนวทีโซน (T-Zone) ช่วยลดความมันบนใบหน้า กระชับผิวหน้าให้ริ้วรอยเล็กๆจางลง และช่วยกระชับรูขุมขน4. การปรับลดกรามให้หน้าเรียว (Facial Design หรือ Face reshaping) สำหรับคนที่มีขนาดกรามใหญ่เพราะกล้ามเนื้อ จะฉีดสารโบท็อกซ์เข้าไปบริเวณกรามหรือกล้ามเนื้อบดเคี้ยว เพื่อทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวและทำให้กล้ามเนื้อมีขนาดเล็กลง รูปหน้าจึงเรียว ได้รูปมากขึ้น วิธีสังเกตว่าเรามีกล้ามเนื้อบริเวณกรามหรือไม่ ให้ลองกัดฟัน และ คลำบริเวณขากรรไกรด้านล่าง หากเจอก้อนนูนๆขึ้นมานั่นคือกล้ามเนื้อ บางคนที่ดูหน้าใหญ่อาจเป็นไขมันสะสม หรือ ต่อมน้ำลายมีขนาดใหญ่กว่าคนทั่วไป ซึ่งไม่ว่าจะกรณีไหนสามารถแก้ไขได้โดยวิธีต่างๆกันไปตามสาเหตุโบท็อกซ์เหมาะกับใครบ้างโดยทั่วไปการฉีดโบท็อกซ์นั้นสามารถฉีดได้ทุกวัย เนื่องจากบางครั้งการฉีดโบท๊อกก็เพื่อประโยชน์ด้านอื่นเช่น ลดไมเกรน ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อคอ เนื่องจากริ้วร้อยไม่ได้เกิดจากอายุมากอย่างเดียว การแสดงออกทางสีหน้าบ่อยๆ เช่น วัยรุ่นบางคนไม่ชอบใส่แว่นกันแดด ทำให้ต้องหรี่ตาเป็นประจำ, ชอบย่นหน้าผาก, ขมวดคิ้วบ่อยๆ ทำให้เกิดเป็นริ้วรอยก่อนวัยสำหรับโบท็อกซ์ลดกรามนั้น เหมาะสำหรับคนที่มีกล้ามเนื้อกรามใหญ่ จนทำให้หน้าดูเป็นสี่เหลี่ยม ถ้ากังวลใบหน้าจะหย่อนคล้อย หรือแก้มตอบ หลังปรับกราม ต้องใช้ขนาดของยาให้ได้สัดส่วนและตำแหน่งที่เหมาะสม การปรับใบหน้าให้เข้ารูปได้สัดส่วนเปรียบเหมือนศิลปะ ซึ่งคนเอเชียส่วนมากจะมีรูปหน้าสั้นและกว้าง เนื่องมาจากขากรรไกรมีขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้หน้าดูแข็ง ไม่สวย นอกจากนี้แพทย์ ยังมีเทคนิคการฉีดเพื่อการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวหน้าเต่งตึง กระชับ ลดความมันบนใบหน้าก็สามารถทำได้หลังจากฉีดโบท็อกซ์ยกกระชับ ปรับรูปหน้า จะเห็นผลเมื่อไหร่ ฉีดหน้าเรียว.